Loading...

คอร์สแฮปปี้ถ่ายคล่อง 5 วัน 2 มื้อ

฿1,817.00

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายบ่อยๆ เช่น ท้องผูก ท้องอืด เป็นต้น

คอร์สนี้เน้นอาหารที่ใยอาหารสูง จากพืชผักผลไม้ ธัญพืชนานาชนิด ทำให้ได้รับประทานใยอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน จากผักผลไม้ครบห้าสี นอกจากนี้ยังเป็นเมนูอาหารที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติกส์หรือจุลินทรีย์ชนิดดีที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาเรื่องการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี

(ราคายังไม่รวมค่าจัดส่ง)

Calories:

804 Kcal/Day

Proteins:

30 g/Day

ข้อแนะนำ

แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน และ เพิ่มกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ หรือ ออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ เดินเร็ว เป็นต้น

ข้อควรระวัง

กลางวัน: ยำถั่วพู + ข้าว
เมนูที่คุ้นเคย ประจำทุกโต๊ะอาหาร โดยปรับให้เฮลตี้มากขึ้น โดยใช้ถั่วพู ปลอดสาร ที่เป็นโปรตีนพืชที่ดี แถมถั่วพู มีธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงโลหิต มีโพแตสเซียมช่วยบำรุงความดันโลหิต และเราเลือกใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ แทนถั่วทั่วไป ซึ่งเป็นแหล่งไขมันดี ช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย ช่วยบำรุงหัวใจ
ข้อควรระวัง: อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต ที่ต้องจำกัดโพแทสเซียม

เย็น: สลัดควินัวอะโวคาโดราดน้ำสชัดสไปซี่เพสโต้
เป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีผักครบทั้ง 5 สี ทั้งผักคอส กะหล่ำม่วง มะเขือเทศ แครอท กระเทียมได้รับสารต้านอนุมูลอิสระครบถ้วน ได้รับไขมันตัวดีจากอะโวคาโด ช่วยลดระดับไขมันตัวร้าย ใยอาหารและโปรตีนสูง เสริมโปรตีนจากถั่วลูกไก่เม็ดโต
และคีนวา ช่วยให้ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่

กลางวัน: แกงป่าเทมเป้ + ข้าว
เมนูร้อนแรงเครื่องแกงป่าที่อุดมไปด้วยเครื่องเทศสมุนไพรหลากชนิด ปรุงรสให้อ่อนกว่าปกติเพื่อลดทอนการใช้น้ำตาลและโซเดียมเกินความจำเป็น ใส่เทมเป้และมะเขือเนื้อสัมผัสเคี้ยวอร่อย และมีน้ำมันหอมระเหยช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและช่วยขับเหงื่อ โดยจานนี้มีใยอาหารสูงถึง 8 กรัม

เย็น: เต้าหู้ทอดซอสมะขาม + ข้าว
เต้าหู้ชิ้นโตที่เป็นแหล่งโปรตีนหลักจากพืชในจานนี้ แถมให้แคลเซียมและใยอาหาร ทานคู่กับน้ำซอสที่พิถีพิถันทำขึ้นเป็นซอสมะขาม สูตรพิเศษของร้านต้นกล้าฟ้าใส มะขามถือว่าเป็นสมุนไพรไทยอันดับแรกๆที่ช่วยในเรื่องการขับถ่ายใครที่มีปัญหาท้องผูก เมนูนี้ช่วยได้ และยิ่งทานคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รีร้อนๆที่ใยอาหารสูง ยิ่งเป็นการช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้เป็นไปได้อย่างราบรื่นแน่นอน และที่สำคัญเมนูนี้ใครที่อยากรักสุขภาพมากขึ้น สามารถสั่งเต้าหู้ทานแบบไม่ทอดก็ได้นะคะ

กลางวัน: ขนมจีนข้าวหอมนิลน้ำยาเห็ด
ขนมจีนสูตรมังสวิรัติ ที่ปรุงน้ำยาอย่างดีรสอร่อยกลมกล่อมด้วยมิโซะและ ทำให้ข้นด้วยเนื้อของเห็ด และใช้เส้นขนมจีนข้าวหอมนิล ที่มีใยอาหาร อุดมไปด้วยแหล่งผักหลากหลายสี ที่เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งกะหล่ำปลีม่วง แครอท หัวปลี ถั่วพู และสมุนไพรอย่าง โหระพา กระชาย ขมิ้น กระเทียม และพริกแห้ง
ช่วยต้านการอักเสบ และมีส่วนช่วยการระบบการไหลเวียนโลหิต

เย็น: สเต๊กเต้าหู้เส้นข้าวแดง
ทานสเต็กกันมามากแล้ว ลองเปิดใจหันมาทานสเต็กแบบคลีน ไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล แถมวิตามิน แร่ธาตุและใยอาหารด้วยดีไหมคะ เต้าหู้ที่เรามาทำเป็นสเต็กนั้นเรานำไปย่างบนเตา แบบไม่ทอด ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำมันส่วนเกิน แถมยังเป็นเต้าหู้ที่ปลอดภัย ปลอดสาร เสริฟคู่กับเส้นขาวแดง ที่คนที่แพ้แป้งสาลี (Gluten) ก็สามารถทานได้แบบสบายใจ สบายท้อง แถมแคลอรี่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่มากจนเกินไป ราดกับน้ำซอสสูตรพิเศษที่ปรุงรสด้วยมิโซะ ให้รสกลมกล่อมแบบไม่เพิ่มโซเดียม แต่ เพิ่มโพรไบโอติก จุลินทรีย์ดีดี ให้กับลำไส้

กลางวัน: ลาบสารพัดเห็ด + ข้าว
เมนูเห็ดรวมที่อุดมไปด้วยโปรตีน ใยอาหาร และสารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันปรุงรสกับสมุนไพรนานาชนิดที่ช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือด และระบบย่อยอาหารและความพิเศษอยู่ที่ข้าวคั่วที่เราทำเองทำจากข้าวไรซ์เบอร์รี่โฮมเมด ปลอดภัยและประโยชน์สูง

เย็น: ยำเทมเป้สด
ด้วยสรรพคุณของเทมเป้ ที่เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดี พร้อมด้วยใยอาหารและวิตามินบี 12 แถมยังมีจุลินทรีย์ที่ดีที่ยังมีชีวิต อย่างโพรไบโอติกส์ ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ ช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้อย่างปกติ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหารทั้งระบบ และ ดีต่อระบบภูมิต้านทานทั้งร่างกาย ทานแบบสด ใครว่าทานยาก เมนูนี้ด้วยส่วนผสมของน้ำยำ ที่มีรสเปรี้ยวเผ็ด กลมกล่อมรสชาติอร่อย กินง่าย ระวังจะติดใจ จนอยากกลับมาทานบ่อยๆ และทานเทมเป้แบบสดๆนี่แหละค่ะ จะช่วยให้ได้รับโพรไบโอติกส์มากที่สุด

กลางวัน: พล่าหัวปลี
เมนูแคลอรี่ต่ำ ไขมันน้อย ใยอาหารสูง จากสมุนไพรไทยหลากหลายชนิดมีฤทธิ์ทั้งช่วยขับลม และช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตโดยเฉพาะ หัวปลี ที่สามารถช่วยบำรุงน้ำนม สำหรับสตรีที่กำลังให้นมบุตร เพราะมีทั้งแคลเซียมสูงและธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงกระดูกและเลือดได้เป็นอย่างดี

เย็น: แกงส้มผักรวมน้ำฟักข้าว + ข้าว
น้ำแกงสูตรพิเศษของร้านต้นกล้าฟ้าใส ที่มีการนำฟักข้าวมาใช้ทำแกง ทำให้มีสารไลโคปีนสูงมาก ยิ่งนำมาผ่านความร้อนจะยิ่งมีไลโคปีนสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระและบำรุงผิว เป็นอีกเมนูที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ใช้ผักหลากสี เพิ่มใยอาหารช่วยในการขับถ่าย แถมกินอาหารจานนี้ยังช่วยให้ทานผักได้ครบทั้ง 5 สีได้ง่ายๆ ทำให้ได้รับสารพฤกษเคมีที่หลากหลาย ส่งผลเสริมฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

1. คาดหวังการเปิดโลกอาหารแพลนเบสต์ ว่าไม่ได้กินยาก แถมอร่อยด้วย (ใครที่ชอบรสจัด น่าจะยิ่งถูกใจ) แถมอาจจะติดใจในความเบาสบายตัว สบายใจแบบไม่รู้ตัว

2. คาดหวังได้ว่าระบบขับถ่ายจะดีขึ้น ย่อยง่าย เพราะอาหารของเรา เต็มไปด้วยใยอาหารและโพรไบโอติกส์ ที่เป็นจุลินทรีย์ที่ดี ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและการย่อยโดยตรง

3. ได้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ดีขึ้น เช่น คอร์สหวานน้อยแต่อร่อยนะ ทำให้เราได้ปรับการรับรส ติดหวานน้อยลง, คอร์สกล้ามแน่นฟิตเว่อร์ ทำให้ได้ใส่ใจเลือกกินโปรตีนที่ดีจากพืชให้เพียงพอและหลากหลายมากขึ้น, คอร์สแฮปปี้ถ่ายคล่อง ทำให้เราได้ใส่ใจสุขภาพลำไส้มากขึ้น (Gut is the second brain) เพราะการย่อยและขับถ่ายที่ดี จะทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น, คอร์สหุ่นสวยพุงยุบ ทำให้เราได้รู้จักการกินอย่างพอดี ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ยังได้สารอาหารที่ดีครบถ้วน, คอร์สหลับง่ายสบายพุง ทำให้เรารู้จักเลือกการอาหารให้สมดุล จากวัตถุดิบที่ช่วยให้เราได้ผ่อนคลาย ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน ไม่น้อยไปกว่าการทำให้ร่างกายแอคทีฟอยู่เสมอ และคอร์สเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้เราได้ตระหนักว่าแม้ดูเหมือนเราจะมีสุขภาพดีอยู่ แต่บางครั้งก็มีปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้เข้ามา เราต้องคอยดูแลระบบภูมิต้านทานที่เป็นด่านป้องกันด่านแรกในร่างกายของเราให้ดีอยู่เสมอในทุกๆวัน

4. ได้รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหาร สำหรับเรื่องอาหารและสุขภาพเฉพาะบุคคล

5. คาดหวังว่าจะมีความสุขมากขึ้น จากการหันมารักตัวเอง ดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายของเราเอง

ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ​และ เสริมมื้อว่างระหว่างมื้อได้ 1-2 ครั้ง เช่น ผลไม้สดหวานน้อย เช่น่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่, ถั่วเปลือกแข็ง 1กำ, โยเกิร์ตถั่วเหลืองใส่ข้าวโอ๊ตหวานน้อย, มันหวานขนาดกลาง ½-1 หัว เป็นต้น (เน้นไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม)

  1. พยายามกินอาหารวีแกนแพลนเบสต์ให้ได้อย่างน้อย 1 วัน ต่อสัปดาห์ (Meatless One day) ​
  2. ลดการบริโภคน้ำตาลจากอาหารเครื่องดื่มขนมให้มากเท่าที่ทำได้ ​
  3. หันมากินพืชผักผลไม้ ธัญพืช ให้มากขึ้น ในทุกๆ วัน​
  4. กลับมาปรึกษาข้อคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารได้ เพื่อผลลัพธ์ในระยะยาว

หากมีคำถามเพิ่มเติม
ปรึกษานักกำหนดอาหารของเราได้เลย