Loading...

คอร์สเสริมภูมิคุ้มกัน 5 วัน 2 มื้อ

฿1,746.00

Calories:

812 Kcal/Day

Proteins:

36 g/Day

ข้อแนะนำ

ข้อควรระวัง

กลางวัน: สลัดซุปเปอร์ฟู้ด
เป็นการรวมตัวของผักครบห้าสีในจานเดียว ถือได้ว่าเป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่ให้สารพฤษเคมีที่ครบถ้วน มีคาร์โบไฮเดรตที่ดีจาก ควินัว ที่มีโปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง มีวิตามินบีสูง ทานคู่กับน้ำสลัดฮูมมูส (Hummus) ที่ทำจากถั่วลูกไก่ ที่คาร์โบไฮเดรตต่ำ โปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง

เย็น: สปาเกตตี้น้ำพริกอ่อง
เมนูจานเดียวที่ทานง่าย แถมยังช่วย เสริมภูมิคุ้มกัน เป็นเมนูเสริมเกราะป้องกันให้กับร่างกายที่ดี เพราะมีส่วนประกอบของมะเขือเทศ ที่เมื่อนำมาผ่านความร้อนจะมีสารไลโคปีนสูงขึ้น เพิ่มฤทธื์ต้านอนุมูลอิสระให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เสริมโปรตีนด้วยเต้าหู้เด้ง ที่ให้โปรตีนดี มีใยอาหาร ไม่มีคอเลสเตอรอล

กลางวัน: พล่าฟ้าใส
เมนูนี้เป็นเมนูช่วยเสริมภูมิต้านทานได้อย่างดีแล้ว เพราะมีวิตามินซีสูง จากส้มโอ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แถมยังช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ได้ มีโปรตีนจากเต้าหู้เด้ง ที่เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย สบายท้อง ไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล เพิ่มความหอมและรสจัดจ้านด้วยสมุนไพรไทยๆ อย่างตะไคร้ สะระแหน่ ช่วยขับลม หรือ ใบมะกรูด ที่มีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ

เย็น: แกงเขียวหวานขาเห็ดปรุงรสและแก่นตะวัน + ข้าว
ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่แก่นตะวันซึ่งมีเส้นใยอินนูลิน ที่เป็นพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ช่วยให้ระบบการขับถ่ายดี ลำไส้แข็งแรง แถมยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายได้อีกด้วย ใช้ เป็นพรีไบโอติกส์ที่เป็นอาหารให้กับแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่นอกจากนี้ยังเป็นเมนูที่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องจำกัดน้ำตาลในอาหาร เช่น โรคเบาหวาน เพราะมีใยอาหารที่
ละลายน้ำได้ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

กลางวัน: คั่วกลิ้งเทมเป้ + ข้าว
ขมิ้นชัน เป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญในเมนูคั่วกลิ้ง ที่นอกจากจะให้ความหอม สีสัน และรสชาติที่โดดเด่นแล้วยังมีสารเคอคูมิน สารที่มีฤทธิ์ช่วยในการต่อต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง ประกอบกับการทานเทมเป้ ที่เป็นโปรตีนพืชชั้นดี โปรตีนสูงถึง 40 กรัม/ เทมเป้ 200 กรัม ที่ช่วยให้อยู่ท้องอิ่มนาน และได้สารอาหารที่ดี แถมยังมีใยอาหาร
มีแร่ธาตุสำคัญที่ดีไม่น้อยกว่าแหล่งอื่นๆ อย่าง ธาตุเหล็ก และแคลเซียม

เย็น: แกงส้มผักรวมน้ำฟักข้าว + ข้าว
น้ำแกงสูตรพิเศษของร้านต้นกล้าฟ้าใสที่มีการนำฟักข้าวมาใช้ทำแกง ทำให้มีสารไลโคปีนสูงมาก ยิ่งนำมาผ่านความร้อนจะยิ่งมีไลโคปีนสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระและบำรุงผิว  เป็นอีกเมนูที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ใช้ผักหลากสี เพิ่มใยอาหารช่วยในการขับถ่าย แถมกินอาหารจานนี้ยังช่วยให้ทานผักได้ครบทั้ง 5 สีได้ง่ายๆ ทำให้ได้รับสารพฤกษเคมีที่หลากหลาย ส่งผลเสริมฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงมากขึ้น

กลางวัน: ส้มตำผลไม้
เป็นเมนูพลังงานต่ำ ใยอาหารสูง แถมวิตามินซีสูง จากสัปปะรด ส้มโอ แอปเปิ้ล  ช่วยต้านหวัด เพิ่มภูมิคุ้มกัน และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แถมมีวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงสายตา  จากแคนตาลูป  เสริมโปรตีนที่มีกรดอะมิโนครบจาก โปรตีนเกษตรเสริมแคลเซียมจากงาขาวงาดำ และไขมันดีดีจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์

เย็น: ลาบสารพัดเห็ด + ข้าว
เมนูเห็ดรวมที่อุดมไปด้วยโปรตีน ใยอาหาร และสารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันปรุงรสกับสมุนไพรนานาชนิดทีช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือด และระบบย่อยอาหารและความพิเศษอยู่ที่ข้าวคั่วที่เราทำเองทำจากข้าวไรซ์เบอร์รี่โฮมเมด ปลอดภัยและประโยชน์สูง

กลางวัน: เห็ดย่างเออรินจิซอสกระเพรา + ข้าว
เมนูนี้เน้นใยอาหารและโปรตีน เพราะมีโปรตีนดีจากพืช อย่างเห็ดเออรินจิที่ถือว่าเป็นพืชผักที่มีโปรตีนสูง แถมมีใยอาหาร และสารเบต้ากลูแคนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี ผัดคู่กับใบกระเพราที่นอกจากช่วยขับลม แก้ปวดท้อง ท้องเสียได้ ยังมีสารเบต้าแคโรทีนสูง ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยในการบำรุงสายตา แถมยังช่วยคลายเครียด ทำให้หลับสบายได้อีกด้วย

เย็น: เทมเป้ชมพนา
เมนูที่เป็นโปรตีนจากเทมเป้เน้นๆ ใช้เทมเป้เต็มชิ้น นำไปอบเพิ่มกลิ่นชวนลิ้มลอง ทำให้ได้รับโปรตีนสูง ใช้สมุนไพรและผักที่มีสรรพคุณเป็นสารต้านการอักเสบ สารต้านอนุมูลอิสระ รวมกัน 11 ชนิด เช่น มะขามป้อม ตะไคร้ พริกขี้หนู กระเทียม หอมแขก ทำให้ได้รับคุณประโยชน์ อย่างการช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดี แถมสมุนไพรต่างๆ ยังมีฤทธิ์ช่วยย่อย และช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต สมุนไพรหลักอย่าง มะขามป้อม มีรสเปรี้ยวชุ่มคอ ยังมีวิตามินซีสูงเท่ากับกินมะนาว 4 ลูก ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างดี

คำถามที่พบบ่อย

1. คาดหวังการเปิดโลกอาหารแพลนเบสต์ ว่าไม่ได้กินยาก แถมอร่อยด้วย (ใครที่ชอบรสจัด น่าจะยิ่งถูกใจ) แถมอาจจะติดใจในความเบาสบายตัว สบายใจแบบไม่รู้ตัว

2. คาดหวังได้ว่าระบบขับถ่ายจะดีขึ้น ย่อยง่าย เพราะอาหารของเรา เต็มไปด้วยใยอาหารและโพรไบโอติกส์ ที่เป็นจุลินทรีย์ที่ดี ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและการย่อยโดยตรง

3. ได้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ดีขึ้น เช่น คอร์สหวานน้อยแต่อร่อยนะ ทำให้เราได้ปรับการรับรส ติดหวานน้อยลง, คอร์สกล้ามแน่นฟิตเว่อร์ ทำให้ได้ใส่ใจเลือกกินโปรตีนที่ดีจากพืชให้เพียงพอและหลากหลายมากขึ้น, คอร์สแฮปปี้ถ่ายคล่อง ทำให้เราได้ใส่ใจสุขภาพลำไส้มากขึ้น (Gut is the second brain) เพราะการย่อยและขับถ่ายที่ดี จะทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น, คอร์สหุ่นสวยพุงยุบ ทำให้เราได้รู้จักการกินอย่างพอดี ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ยังได้สารอาหารที่ดีครบถ้วน, คอร์สหลับง่ายสบายพุง ทำให้เรารู้จักเลือกการอาหารให้สมดุล จากวัตถุดิบที่ช่วยให้เราได้ผ่อนคลาย ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน ไม่น้อยไปกว่าการทำให้ร่างกายแอคทีฟอยู่เสมอ และคอร์สเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้เราได้ตระหนักว่าแม้ดูเหมือนเราจะมีสุขภาพดีอยู่ แต่บางครั้งก็มีปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้เข้ามา เราต้องคอยดูแลระบบภูมิต้านทานที่เป็นด่านป้องกันด่านแรกในร่างกายของเราให้ดีอยู่เสมอในทุกๆวัน

4. ได้รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหาร สำหรับเรื่องอาหารและสุขภาพเฉพาะบุคคล

5. คาดหวังว่าจะมีความสุขมากขึ้น จากการหันมารักตัวเอง ดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายของเราเอง

ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ​และ เสริมมื้อว่างระหว่างมื้อได้ 1-2 ครั้ง เช่น ผลไม้สดหวานน้อย เช่น่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่, ถั่วเปลือกแข็ง 1กำ, โยเกิร์ตถั่วเหลืองใส่ข้าวโอ๊ตหวานน้อย, มันหวานขนาดกลาง ½-1 หัว เป็นต้น (เน้นไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม)

  1. พยายามกินอาหารวีแกนแพลนเบสต์ให้ได้อย่างน้อย 1 วัน ต่อสัปดาห์ (Meatless One day) ​
  2. ลดการบริโภคน้ำตาลจากอาหารเครื่องดื่มขนมให้มากเท่าที่ทำได้ ​
  3. หันมากินพืชผักผลไม้ ธัญพืช ให้มากขึ้น ในทุกๆ วัน​
  4. กลับมาปรึกษาข้อคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารได้ เพื่อผลลัพธ์ในระยะยาว

หากมีคำถามเพิ่มเติม
ปรึกษานักกำหนดอาหารของเราได้เลย