Loading...

คอร์สเสริมภูมิคุ้มกัน 5 วัน 3 มื้อ

฿2,711.00

คอร์สนี้เน้นเมนูที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเน้นเมนูที่ใช้วัตถุดิบที่มีวิตามินซีสูง เช่น มะขามป้อม ที่มีวิตามินซีสูงมาก ( พริกหวานสามสี และ ส้มโอ เป็นต้น) และเน้นเมนูที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อย่างมะเขือเทศและฟักข้าว

แถมเสริมด้วยเมนูที่มีสารเคอคูมินจากขมิ้น ช่วยต่อต้านการอักเสบในร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีหลากหลายเมนูจากเห็ด ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารเบต้ากลูแคน และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ โพรไบโอติกส์ และ พรีไบโอติกส์ ที่อัดแน่นอยู่ในเมนูของร้านต้นกล้าฟ้าใส เช่น เมนูจากเทมเป้ และ แก่นตะวัน

คอร์สนี้เหมาะสมหรับทุกเพศ ทุกวัย ที่กำลังต้องการบำรุงและดูแลร่างกายให้แข็งแรงจากการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ดีจากภายใน เพื่อต่อสู้กับสภาวะแวดล้อมข้างนอกที่ควบคุมไม่ได้

(ราคายังไม่รวมค่าจัดส่ง)

Calories:

1,193 Kcal/Day

Proteins:

44 g/Day

ข้อแนะนำ

ข้อควรระวัง

เช้า: ซุปแครอทขิง
ซุปผักของร้านต้นกล้าฟ้าใส ใช้ผักและสมุนไพรสด ไม่มีการผสมวัตถุดิบอื่น นอกจาก ครีมธัญพืชที่ไขมันต่ำกับดอกเกลือเพียงเล็กน้อย ได้ประโยชน์จากผักไปเต็มๆ เมนูนี้มีแครอท ที่เบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิว และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีโพแทสเซียม ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต และสมุนไพรอย่าง ขิง มีสารช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ต้านอักเสบ และเสริมภูมิต้านทาน

เช้า: ทอเทียอะโวคาโดสมุนไพร
ในแผ่นทอเทียที่แน่นไปด้วยเทมเป้ที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพจากถั่วเหลือง อโวคาโดซึ่งมีไขมันดีต่อใจ กะหล่ำปลีม่วงและแตงร้าน รสหวานที่ให้ใยอาหารที่ดี ทานคู่กับซอสสูตรพิเศษที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติกส์ที่ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักชีลาว หรือ ดอกดาหลา ที่พบว่าอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เมนูนี้ยังมีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และ ผู้ป่วยเบาหวาน

กลางวัน: สลัดซุปเปอร์ฟู้ด
เป็นการรวมตัวของผักครบห้าสีในจานเดียว ถือได้ว่าเป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่ให้สารพฤษเคมีที่ครบถ้วน มีคาร์โบไฮเดรตที่ดีจากควินัวที่มีโปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง มีวิตามินบีสูง ทานคู่กับน้ำสลัดฮูมมูส (Hummus) ที่ทำจากถั่วลูกไก่ ที่คาร์โบไฮเดรตต่ำ โปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง

เย็น: สปาเกตตี้น้ำพริกอ่อง
เมนูจานเดียวที่ทานง่าย แถมยังช่วย เสริมภูมิคุ้มกัน เป็นเมนูเสริมเกราะป้องกันให้กับร่างกายที่ดี เพราะมีส่วนประกอบของมะเขือเทศ ที่เมื่อนำมาผ่านความร้อนจะมีสารไลโคปีนสูงขึ้น เพิ่มฤทธื์ต้านอนุมูลอิสระให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เสริมโปรตีนด้วยเต้าหู้เด้ง ที่ให้โปรตีนดี มีใยอาหาร ไม่มีคอเลสเตอรอล

 

เช้า: น้ำพริกอ่องขาเห็ด + ข้าว
น้ำพริกสไตล์ไทยอันแสนคุ้นเคย แต่แน่นไปด้วยคุณประโยชน์จากมะเขือเทศ ที่สับและบดอย่างละเอียดเพื่อให้สารไลโคปีนจากมะเขือเทศถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น โดยไลโคปีนจะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงเซลล์ผิว ชะลอการเสื่อมของเซลล์ ทานคู่กับผักเคียงอย่าง แครอท มะเขือไข่เต่า กระเจี๊ยบเขียว ข้าวโพดอ่อน
เสริมสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย แถมเมนูน้ำพริกที่ไขมันต่ำ เพราะใช้เห็ดเป็นวัตถุดิบหลัก มีใยอาหารสูง มีสารเบต้ากลูแคนช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

กลางวัน: พล่าฟ้าใส
เมนูนี้เป็นเมนูช่วยเสริมภูมิต้านทานได้อย่างดีแล้ว เพราะมีวิตามินซีสูง จากส้มโอ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แถมยังช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ได้ มีโปรตีนจากเต้าหู้เด้ง ที่เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย สบายท้อง ไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล เพิ่มความหอม และรสจัดจ้านด้วยสมุนไพรไทยๆ อย่างตะไคร้ สะระแหน่ ช่วยขับลม หรือ ใบมะกรูด ที่มีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ

เย็น: แกงเขียวหวานขาเห็ดปรุงรสและแก่นตะวัน+ ข้าว
ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่แก่นตะวันซึ่งมีเส้นใยอินนูลิน ที่เป็นพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ช่วยให้ระบบการขับถ่ายดี ลำไส้แข็งแรง แถมยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายได้อีกด้วย ใช้ เป็นพรีไบโอติกส์ที่เป็นอาหารให้กับแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่นอกจากนี้ยังเป็นเมนูที่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องจำกัดน้ำตาลในอาหาร เช่น โรคเบาหวาน เพราะมีใยอาหารที่ละลายน้ำได้ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

เช้า: คั่วกลิ้ง Power plant + ข้าว
ใครที่ชอบกินอาหารรสจัด โดยเฉพาะเมนูต้นตำรับอาหารใต้อย่างคั่วกลิ้ง เมนูนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนค่ะ แม้ว่าเป็นเมนูที่ทุกอย่างทำจากพืชล้วนๆ ก็อร่อยได้ แถมโปรตีนสูง (27 กรัม) เพราะวัตถุดิบหลักที่เราใช้คือ Plant based meat (“More Meat”) ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพ โดยมีส่วนผสมจากเห็ดแครง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และบีทรูท ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีนดีที่มีกรดอะมิโนจำเป็นตามที่ร่างกายต้องการ แบบไร้คอเลสเตอรอล ไขมันต่ำ ใยอาหารสูง และที่ดีกว่านั้นคือการได้รับสมุนไพรอย่างขมิ้นที่เป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในเมนูคั่วกลิ้ง ขมิ้นนั้นมีสารเคอคูมินที่สามารถช่วยต่อต้านการอักเสบ ที่เป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายอย่าง รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังมีสมุนไพร อย่าง พริกไทย พริกชี้ฟ้า ที่ช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญสารอาหารแล้วยังมี กระเทียม ที่อาจช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต และสามารถช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับร่างกาย

กลางวัน: คั่วกลิ้งเทมเป้ + ข้าว
ขมิ้นชัน เป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญในเมนูคั่วกลิ้ง ที่นอกจากจะให้ความหอม สีสัน และรสชาติที่โดดเด่นแล้วยังมีสารเคอคูมิน สารที่มีฤทธิ์ช่วยในการต่อต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง ประกอบกับการทานเทมเป้ที่เป็นโปรตีนพืชชั้นดี โปรตีนสูงถึง 40 กรัม/ เทมเป้ 200 กรัม ที่ช่วยให้อยู่ท้องอิ่มนาน และได้สารอาหารที่ดี แถมยังมีใยอาหาร มีแร่ธาตุสำคัญที่ดีไม่น้อยกว่าแหล่งอื่นๆ อย่าง ธาตุเหล็ก และแคลเซียม

เย็น: แกงส้มผักรวมน้ำฟักข้าว + ข้าว
น้ำแกงสูตรพิเศษของร้านต้นกล้าฟ้าใสที่มีการนำฟักข้าวมาใช้ทำแกง ทำให้มีสารไลโคปีนสูงมาก ยิ่งนำมาผ่านความร้อนจะยิ่งมีไลโคปีนสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระและบำรุงผิว เป็นอีกเมนูที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ใช้ผักหลากสี เพิ่มใยอาหาร ช่วยในการขับถ่าย แถมกินอาหารจานนี้ยังช่วยให้ทานผักได้ครบทั้ง 5 สีได้ง่ายๆ ทำให้ได้รับสารพฤกษเคมีที่หลากหลาย ส่งผลเสริมฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงมากขึ้น

เช้า: เทมเป้ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ + ข้าว
ใครที่ว่าเทมเป้กินยาก อยากให้ลองเมนูนี้ เหมาะสำหรับใครที่เริ่มต้นทานเทมเป้ใหม่ๆ เพราะด้วยรสชาติหวานอบเปรี้ยวจากพริกหวานสามสี และสัปปะรด ช่วยเพิ่มความอร่อยครบรส และยังอุดมไปด้วยวิตามินซีจากพริกหวานหลากสี ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกาย แถมยังมีสารแคโรทีนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี แถมได้ไขมันดีจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และที่สำคัญคือ โปรตีนจากพืช อย่างเทมเป้ ที่โปรตีนสูง ไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล มีใยอาหาร ธาตุเหล็กและแคลเซียม

กลางวัน: ส้มตำผลไม้
เป็นเมนูพลังงานต่ำ ใยอาหารสูง แถมวิตามินซีสูง จากสัปปะรด ส้มโอ แอปเปิ้ล ช่วยต้านหวัด เพิ่มภูมิคุ้มกัน และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แถมมีวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงสายตา จากแคนตาลูป เสริมโปรตีนที่มีกรดอะมิโนครบจาก โปรตีนเกษตร เสริมแคลเซียมจากงาขาวงาดำ และไขมันดีดีจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์

เย็น: ลาบสารพัดเห็ด + ข้าว
เมนูเห็ดรวมที่อุดมไปด้วยโปรตีน ใยอาหาร และสารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันปรุงรสกับสมุนไพรนานาชนิดทีช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือด และระบบย่อยอาหารและความพิเศษอยู่ที่ข้าวคั่วที่เราทำเองทำจากข้าวไรซ์เบอร์รี่โฮมเมด ปลอดภัยและ ประโยชน์สูงนี่แหละค่ะ จะช่วยให้ได้รับโพรไบโอติกส์มากที่สุด

เช้า: น้ำพริกมะขามป้อม
เมนุพลังงานต่ำ แต่สารอาหารสูง อย่างวิตามินC และ A จากมะขามป้อม ที่ตามตำรายาแผนโบราณ พบว่าช่วยแก้ไข้ แก้กระหายน้ำ ช่วยให้ชุ่มคอ ลดไข้ ช่วยขับปัสสาวะ (มีวิตามินซีมากกว่าส้ม 20 เท่า) ในตำรายาไทย มะขามป้อมจัดอยู่ในกลุ่ม ตรีผลา ได้แก่ ลูกสมอ พิเภก มะขามป้อม ด้านเภสัชวิทยา อาจช่วยต้านไวรัสได้ มีฤทธิ์ต้านอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ จากสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ และอาจช่วยปรับสมดุลคอเลสเตอรอล ที่สำคัญคือช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน (ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาว) ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์

เช้า : ข้าวอบธัญพืช
เมนูทานง่าย ไฟเบอร์สูง เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย มีธัญพืชหลากหลายชนิด ทั้ง คีนัว งา เกาลัด แปะก๊วย ทำให้เป็นเมนูที่ใยอาหารสูง ช่วยขับถ่าย ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน ข้าวที่ใช้ เป็นข้าวไรซ์เบอรรี่ที่มีสารแอนโทไซยานินสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แถมยังเป็นเมนูที่ใช้น้ำมันน้อย คนที่ไม่ชอบอาหารมันๆ ต้องถูกใจเมนูนี้

กลางวัน: เห็ดย่างเออรินจิซอสกระเพรา + ข้าว
เมนูนี้เน้นใยอาหารและโปรตีน เพราะมีโปรตีนดีจากพืช อย่างเห็ดเออรินจิที่ถือว่าเป็นพืชผักที่มีโปรตีนสูง แถมมีใยอาหาร และ สารเบต้ากลูแคนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี ผัดคู่กับใบกระเพราที่นอกจากช่วยขับลม แก้ปวดท้อง ท้องเสียได้ ยังมีสารเบต้าแคโรทีนสูง ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยในการบำรุงสายตา แถมยังช่วยคลายเครียด ทำให้หลับสบายได้อีกด้วย

เย็น: เทมเป้ชมพนา
เมนูที่เป็นโปรตีนจากเทมเป้เน้นๆ ใช้เทมเป้เต็มชิ้น นำไปอบเพิ่มกลิ่นชวนลิ้มลอง ทำให้ได้รับโปรตีนสูง ใช้สมุนไพร และผักที่มีสรรพคุณเป็นสารต้านการอักเสบ สารต้านอนุมูลอิสระ รวมกัน 11 ชนิด เช่น มะขามป้อม ตะไคร้ พริกขี้หนู กระเทียม หอมแขก ทำให้ได้รับคุณประโยชน์ อย่างการช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดี แถมสมุนไพรต่างๆ ยังมีฤทธิ์ช่วยย่อย และช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต สมุนไพรหลักอย่าง มะขามป้อม มีรสเปรี้ยวชุ่มคอ ยังมีวิตามินซีสูงเท่ากับกินมะนาว 4 ลูก ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างดี

คำถามที่พบบ่อย

1. คาดหวังการเปิดโลกอาหารแพลนเบสต์ ว่าไม่ได้กินยาก แถมอร่อยด้วย (ใครที่ชอบรสจัด น่าจะยิ่งถูกใจ) แถมอาจจะติดใจในความเบาสบายตัว สบายใจแบบไม่รู้ตัว

2. คาดหวังได้ว่าระบบขับถ่ายจะดีขึ้น ย่อยง่าย เพราะอาหารของเรา เต็มไปด้วยใยอาหารและโพรไบโอติกส์ ที่เป็นจุลินทรีย์ที่ดี ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและการย่อยโดยตรง

3. ได้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ดีขึ้น เช่น คอร์สหวานน้อยแต่อร่อยนะ ทำให้เราได้ปรับการรับรส ติดหวานน้อยลง, คอร์สกล้ามแน่นฟิตเว่อร์ ทำให้ได้ใส่ใจเลือกกินโปรตีนที่ดีจากพืชให้เพียงพอและหลากหลายมากขึ้น, คอร์สแฮปปี้ถ่ายคล่อง ทำให้เราได้ใส่ใจสุขภาพลำไส้มากขึ้น (Gut is the second brain) เพราะการย่อยและขับถ่ายที่ดี จะทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น, คอร์สหุ่นสวยพุงยุบ ทำให้เราได้รู้จักการกินอย่างพอดี ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ยังได้สารอาหารที่ดีครบถ้วน, คอร์สหลับง่ายสบายพุง ทำให้เรารู้จักเลือกการอาหารให้สมดุล จากวัตถุดิบที่ช่วยให้เราได้ผ่อนคลาย ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน ไม่น้อยไปกว่าการทำให้ร่างกายแอคทีฟอยู่เสมอ และคอร์สเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้เราได้ตระหนักว่าแม้ดูเหมือนเราจะมีสุขภาพดีอยู่ แต่บางครั้งก็มีปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้เข้ามา เราต้องคอยดูแลระบบภูมิต้านทานที่เป็นด่านป้องกันด่านแรกในร่างกายของเราให้ดีอยู่เสมอในทุกๆวัน

4. ได้รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหาร สำหรับเรื่องอาหารและสุขภาพเฉพาะบุคคล

5. คาดหวังว่าจะมีความสุขมากขึ้น จากการหันมารักตัวเอง ดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายของเราเอง

ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ​และ เสริมมื้อว่างระหว่างมื้อได้ 1-2 ครั้ง เช่น ผลไม้สดหวานน้อย เช่น่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่, ถั่วเปลือกแข็ง 1กำ, โยเกิร์ตถั่วเหลืองใส่ข้าวโอ๊ตหวานน้อย, มันหวานขนาดกลาง ½-1 หัว เป็นต้น (เน้นไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม)

  1. พยายามกินอาหารวีแกนแพลนเบสต์ให้ได้อย่างน้อย 1 วัน ต่อสัปดาห์ (Meatless One day) ​
  2. ลดการบริโภคน้ำตาลจากอาหารเครื่องดื่มขนมให้มากเท่าที่ทำได้ ​
  3. หันมากินพืชผักผลไม้ ธัญพืช ให้มากขึ้น ในทุกๆ วัน​
  4. กลับมาปรึกษาข้อคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารได้ เพื่อผลลัพธ์ในระยะยาว

หากมีคำถามเพิ่มเติม
ปรึกษานักกำหนดอาหารของเราได้เลย