Loading...

คอร์สเสริมภูมิคุ้มกัน 7 วัน 2 มื้อ

฿2,401.00

คอร์สนี้เน้นเมนูที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเน้นเมนูที่ใช้วัตถุดิบที่มีวิตามินซีสูง เช่น มะขามป้อม ที่มีวิตามินซีสูงมาก ( พริกหวานสามสี และ ส้มโอ เป็นต้น) และเน้นเมนูที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อย่างมะเขือเทศและฟักข้าว

แถมเสริมด้วยเมนูที่มีสารเคอคูมินจากขมิ้น ช่วยต่อต้านการอักเสบในร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีหลากหลายเมนูจากเห็ด ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารเบต้ากลูแคน และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ โพรไบโอติกส์ และ พรีไบโอติกส์ ที่อัดแน่นอยู่ในเมนูของร้านต้นกล้าฟ้าใส เช่น เมนูจากเทมเป้ และ แก่นตะวัน

คอร์สนี้เหมาะสมหรับทุกเพศ ทุกวัย ที่กำลังต้องการบำรุงและดูแลร่างกายให้แข็งแรงจากการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ดีจากภายใน เพื่อต่อสู้กับสภาวะแวดล้อมข้างนอกที่ควบคุมไม่ได้

(ราคายังไม่รวมค่าจัดส่ง)

Calories:

781 Kcal/Day

Proteins:

34 g/Day

ข้อแนะนำ

ข้อควรระวัง

กลางวัน: สลัดซุปเปอร์ฟู้ด
เป็นการรวมตัวของผักครบห้าสีในจานเดียว ถือได้ว่าเป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่ให้สารพฤษเคมีที่ครบถ้วน มีคาร์โบไฮเดรตที่ดีจาก ควินัว ที่มีโปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง มีวิตามินบีสูง ทานคู่กับน้ำสลัดฮูมมูส (Hummus) ที่ทำจากถั่วลูกไก่ ที่คาร์โบไฮเดรตต่ำ โปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง

เย็น: สปาเกตตี้น้ำพริกอ่อง
เมนูจานเดียวที่ทานง่าย แถมยังช่วย เสริมภูมิคุ้มกัน เป็นเมนูเสริมเกราะป้องกันให้กับร่างกายที่ดี เพราะมีส่วนประกอบของมะเขือเทศ ที่เมื่อนำมาผ่านความร้อนจะมีสารไลโคปีนสูงขึ้น เพิ่มฤทธื์ต้านอนุมูลอิสระให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เสริมโปรตีน ด้วยเต้าหู้เด้ง ที่ให้โปรตีนดี มีใยอาหาร ไม่มีคอเลสเตอรอล

กลางวัน: พล่าฟ้าใส 
เมนูนี้เป็นเมนูช่วยเสริมภูมิต้านทานได้อย่างดีแล้ว เพราะมีวิตามินซีสูง จากส้มโอ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แถมยังช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ได้ มีโปรตีนจากเต้าหู้เด้ง ที่เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย สบายท้อง ไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล เพิ่มความหอมและรสจัดจ้านด้วยสมุนไพรไทยๆ อย่างตะไคร้ สะระแหน่ ช่วยขับลม หรือ ใบมะกรูด ที่มีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ

เย็น: แกงเขียวหวานขาเห็ดปรุงรสและแก่นตะวัน + ข้าว
ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่แก่นตะวันซึ่งมีเส้นใยอินนูลิน ที่เป็นพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ช่วยให้ระบบการขับถ่ายดี ลำไส้แข็งแรง แถมยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายได้อีกด้วย ใช้ เป็นพรีไบโอติกส์ที่เป็นอาหารให้กับแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่นอกจากนี้ยังเป็นเมนูที่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องจำกัดน้ำตาลในอาหาร เช่น โรคเบาหวาน เพราะมีใยอาหารที่ละลายน้ำได้ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

กลางวัน: คั่วกลิ้งเทมเป้ + ข้าว
ขมิ้นชัน เป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญในเมนูคั่วกลิ้ง ที่นอกจากจะให้ความหอม สีสัน และรสชาติที่โดดเด่นแล้วยังมีสารเคอคูมิน สารที่มีฤทธิ์ช่วยในการต่อต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง ประกอบกับการทานเทมเป้ ที่เป็นโปรตีนพืชชั้นดี โปรตีนสูงถึง 40 กรัม/ เทมเป้ 200 กรัม ที่ช่วยให้อยู่ท้องอิ่มนาน และได้สารอาหารที่ดี แถมยังมีใยอาหาร มีแร่ธาตุสำคัญที่ดีไม่น้อยกว่าแหล่งอื่นๆ อย่าง ธาตุเหล็ก และแคลเซียม

เย็น: แกงส้มผักรวมน้ำฟักข้าว + ข้าว
น้ำแกงสูตรพิเศษของร้านต้นกล้าฟ้าใสที่มีการนำฟักข้าวมาใช้ทำแกง ทำให้มีสารไลโคปีนสูงมาก ยิ่งนำมาผ่าน ความร้อนจะยิ่งมีไลโคปีนสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระและบำรุงผิว เป็นอีกเมนูที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ใช้ผักหลากสี เพิ่มใยอาหาร ช่วยในการขับถ่าย แถมกินอาหารจานนี้ยังช่วยให้ทานผักได้ครบทั้ง 5 สีได้ง่ายๆ ทำให้ได้รับสารพฤกษเคมีที่หลากหลาย ส่งผลเสริมฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงมากขึ้น

กลางวัน: ส้มตำผลไม้
เป็นเมนูพลังงานต่ำ ใยอาหารสูง แถมวิตามินซีสูง จากสัปปะรด ส้มโอ แอปเปิ้ล ช่วยต้านหวัด เพิ่มภูมิคุ้มกัน และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แถมมีวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงสายตา จากแคนตาลูป เสริมโปรตีนที่มีกรดอะมิโนครบจาก โปรตีนเกษตรเสริมแคลเซียมจากงาขาวงาดำ และไขมันดีดีจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์

เย็น: ลาบสารพัดเห็ด + ข้าว
เมนูเห็ดรวมที่อุดมไปด้วยโปรตีน ใยอาหาร และสารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันปรุงรสกับสมุนไพรนานาชนิดทีช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือด และระบบย่อยอาหารและความพิเศษอยู่ที่ข้าวคั่วที่เราทำเองทำจากข้าวไรซ์เบอร์รี่โฮมเมด ปลอดภัยและประโยชน์สูง

กลางวัน: เห็ดย่างเออรินจิซอสกระเพรา + ข้าว
เมนูนี้เน้นใยอาหารและโปรตีน เพราะมีโปรตีนดีจากพืช อย่างเห็ดเออรินจิที่ถือว่าเป็นพืชผักที่มีโปรตีนสูง แถมมีใยอาหาร และ สารเบต้ากลูแคนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี ผัดคู่กับใบกระเพราที่นอกจากช่วยขับลม แก้ปวดท้อง ท้องเสียได้ ยังมีสารเบต้าแคโรทีนสูง ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยในการบำรุงสายตา แถมยังช่วยคลายเครียด ทำให้หลับสบายได้อีกด้วย

เย็น: เทมเป้ชมพนา
เมนูที่เป็นโปรตีนจากเทมเป้เน้นๆ ใช้เทมเป้เต็มชิ้น นำไปอบเพิ่มกลิ่นชวนลิ้มลอง ทำให้ได้รับโปรตีนสูง ใช้สมุนไพร และผักที่มีสรรพคุณเป็นสารต้านการอักเสบ สารต้านอนุมูลอิสระ รวมกัน 11 ชนิด เช่น มะขามป้อม ตะไคร้ พริกขี้หนู กระเทียม หอมแขก ทำให้ได้รับคุณประโยชน์ อย่างการช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดี แถมสมุนไพรต่างๆ ยังมีฤทธิ์ช่วยย่อย และ ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต สมุนไพรหลักอย่าง มะขามป้อม มีรสเปรี้ยวชุ่มคอ ยังมีวิตามินซีสูงเท่ากับกินมะนาว 4 ลูก ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างดี

กลางวัน: ยำเทมเป้สด
ด้วยสรรพคุณของเทมเป้ ที่เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดี พร้อมด้วยใยอาหารและวิตามินบี12 แถมยังมีจุลินทรีย์ที่ดีที่ยังมีชีวิต อย่างโพรไบโอติกส์ ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ ช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้อย่างปกติ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหารทั้งระบบ และ ดีต่อระบบภูมิต้านทานทั้งร่างกาย ทานแบบสด ใครว่าทานยาก เมนูนี้ด้วยส่วนผสมของน้ำยำ ที่มีรสเปรี้ยวเผ็ด กลมกล่อมรสชาติอร่อย กินง่าย ระวังจะติดใจจนอยากกลับมาทานบ่อยๆ และทานเทมเป้แบบสดๆนี่แหละค่ะ จะช่วยให้ได้รับโพรไบโอติกส์มากที่สุด

เย็น: สลัดมะเขือเทศโทฟาเรลลา
ใครที่เบื่อเมนูผักใบเขียว แต่อยากทานอาหารคลีน อย่างสลัด ต้องลองเมนูสลัดมะเขือเทศค่ะ เพราะ เน้นส่วนประกอบหลักเป็นเต้าหู้นิ่ม ทานคู่กับมะเขือเทศรสหวาน มีเมนูไร้แป้งนี้ ได้โปรตีน และวิตามินไปเต็มๆโดยเฉพาะจากมะเขือเทศที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเช่น สารไลโคปีน มีวิตามินเอ วิตามินซี ช่วยส่งเสริมการบำรุงผิว ชะลอวัย ลดการเสื่อมของเซลล์ โดยเต้าหู้นิ่ม (ออร์แกนิค) เป็นแหล่งโปรตีนสูงจากพืช ไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอลและเป็นแหล่งแคลเซียม พร้อม ธาตุเหล็กจากพืชที่ขาดไม่ได้ และที่พิเศษกว่านั้นน้ำสลัดที่ใช้เป็นน้ำสลัดบัลซามิค ที่มีกรดไขมันโอเมก้าเก้าสูง ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

กลางวัน: สปาเกตตี้โบโรเนสซอสเนียม
เมนูนี้ใช้โปรตีนคุณภาพดีจากพืช ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากสารเบต้ากลูแคน ไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล และมีใยอาหารสูง แถมใช้ใบเนียมหูเสือ เป็นส่วนประกอบพิเศษในซอสสปาเกตตี้ ที่ให้กลิ่นหอมคลายออริกาโน มีสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยต้านการอักเสบในร่างกาย ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากมลภาวะภายนอก

เย็น: แกงเผ็ดเห็ดย่าง + ข้าว
อาหารจากพืชไม่ได้มีแต่รสชาติจืดๆอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ อย่างเมนูแกงเผ็ดเห็ดย่างของต้นกล้าฟ้าใส เป็นการรวมวัตถุดิบที่อุดมไปด้วยสารอาหารอย่าง เห็ด ที่เรามีการใช้เห็ดรวมถึงสามชนิดได้แก่เห็ดออรินจิ เห็ดภูฐาน และเห็นางฟ้า ที่นอกจากจะเป็นทั้งแหล่งของโปรตีนและใยอาหาร ยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน มะเขือเทศราชินี ที่มีสารไลโคปีนสูง ช่วยบำรุงผิว และต้านอนุมูลอิสระ สัปปะรด ที่มีวิตามินซี และ เอ็นไซม์โบมีเลน ที่ช่วยลดการอักเสบ และยังมีสมุนไพร อย่างใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดง ช่วยเรื่องการย่อยและการเผาผลาญได้

คำถามที่พบบ่อย

1. คาดหวังการเปิดโลกอาหารแพลนเบสต์ ว่าไม่ได้กินยาก แถมอร่อยด้วย (ใครที่ชอบรสจัด น่าจะยิ่งถูกใจ) แถมอาจจะติดใจในความเบาสบายตัว สบายใจแบบไม่รู้ตัว

2. คาดหวังได้ว่าระบบขับถ่ายจะดีขึ้น ย่อยง่าย เพราะอาหารของเรา เต็มไปด้วยใยอาหารและโพรไบโอติกส์ ที่เป็นจุลินทรีย์ที่ดี ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและการย่อยโดยตรง

3. ได้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ดีขึ้น เช่น คอร์สหวานน้อยแต่อร่อยนะ ทำให้เราได้ปรับการรับรส ติดหวานน้อยลง, คอร์สกล้ามแน่นฟิตเว่อร์ ทำให้ได้ใส่ใจเลือกกินโปรตีนที่ดีจากพืชให้เพียงพอและหลากหลายมากขึ้น, คอร์สแฮปปี้ถ่ายคล่อง ทำให้เราได้ใส่ใจสุขภาพลำไส้มากขึ้น (Gut is the second brain) เพราะการย่อยและขับถ่ายที่ดี จะทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น, คอร์สหุ่นสวยพุงยุบ ทำให้เราได้รู้จักการกินอย่างพอดี ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ยังได้สารอาหารที่ดีครบถ้วน, คอร์สหลับง่ายสบายพุง ทำให้เรารู้จักเลือกการอาหารให้สมดุล จากวัตถุดิบที่ช่วยให้เราได้ผ่อนคลาย ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน ไม่น้อยไปกว่าการทำให้ร่างกายแอคทีฟอยู่เสมอ และคอร์สเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้เราได้ตระหนักว่าแม้ดูเหมือนเราจะมีสุขภาพดีอยู่ แต่บางครั้งก็มีปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้เข้ามา เราต้องคอยดูแลระบบภูมิต้านทานที่เป็นด่านป้องกันด่านแรกในร่างกายของเราให้ดีอยู่เสมอในทุกๆวัน

4. ได้รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหาร สำหรับเรื่องอาหารและสุขภาพเฉพาะบุคคล

5. คาดหวังว่าจะมีความสุขมากขึ้น จากการหันมารักตัวเอง ดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายของเราเอง

ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ​และ เสริมมื้อว่างระหว่างมื้อได้ 1-2 ครั้ง เช่น ผลไม้สดหวานน้อย เช่น่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่, ถั่วเปลือกแข็ง 1กำ, โยเกิร์ตถั่วเหลืองใส่ข้าวโอ๊ตหวานน้อย, มันหวานขนาดกลาง ½-1 หัว เป็นต้น (เน้นไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม)

  1. พยายามกินอาหารวีแกนแพลนเบสต์ให้ได้อย่างน้อย 1 วัน ต่อสัปดาห์ (Meatless One day) ​
  2. ลดการบริโภคน้ำตาลจากอาหารเครื่องดื่มขนมให้มากเท่าที่ทำได้ ​
  3. หันมากินพืชผักผลไม้ ธัญพืช ให้มากขึ้น ในทุกๆ วัน​
  4. กลับมาปรึกษาข้อคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารได้ เพื่อผลลัพธ์ในระยะยาว

หากมีคำถามเพิ่มเติม
ปรึกษานักกำหนดอาหารของเราได้เลย